บช.น. เน้นการประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจ โรงเรียน และผู้ปกครอง

บช.น. เน้นการประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจ โรงเรียน และผู้ปกครอง เพื่อทำให้การรับ-ส่งนักเรียนเป็นไปด้วยความรวดเร็วที่สุด โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:
1. มาตรการด้านกำลังเจ้าหน้าที่และการอำนวยความสะดวก:
•ระดมกำลังตำรวจจราจร: บช.น. จะสั่งการให้สถานีตำรวจในท้องที่ที่มีสถานศึกษาตั้งอยู่ จัดวางกำลังตำรวจจราจรเต็มพิกัด ประจำจุดหน้าโรงเรียนและแยกสำคัญใกล้เคียง ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น
•เร่งระบายรถ: เน้นการอำนวยความสะดวกให้รถเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา ควบคุมสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถจริง
2. มาตรการขอความร่วมมือผู้ปกครอง (จุดเน้นเรื่อง “ไม่จอดแช่”):
•ขอความร่วมมือ “ห้ามจอดแช่” และ “ห้ามจอดซ้อนคัน”: นี่คือหัวใจสำคัญ ตำรวจจะขอความร่วมมือผู้ปกครองที่นำรถยนต์ส่วนตัวมาส่งบุตรหลาน ให้ใช้เวลา ณ จุดรับ-ส่งน้อยที่สุด (เป้าหมายคือไม่ควรเกิน 30-60 วินาทีต่อคัน)
•เตรียมความพร้อมล่วงหน้า: รณรงค์ให้ผู้ปกครองและนักเรียนเตรียมกระเป๋าและอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม ก่อนถึงโรงเรียน เพื่อให้เด็กสามารถลงจากรถได้ทันทีเมื่อรถจอด ไม่ต้องเสียเวลาจัดของหรือร่ำลากันนานบนถนน
•ลงฝั่งซ้ายเสมอ: ให้เด็กนักเรียนลงรถฝั่งซ้าย (ฝั่งฟุตบาท) เพื่อความปลอดภัยและรวดเร็ว โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องลงจากรถมาเปิดประตูให้
3. มาตรการบริหารจัดการร่วมกับสถานศึกษา:
•จัดจุดรับ-ส่งนักเรียนให้ชัดเจน: ขอความร่วมมือโรงเรียนกำหนดจุด Drop-off ที่เหมาะสม ไม่กีดขวางช่องทางจราจรหลัก
•จัดอาสาสมัครช่วยเปิดประตูรถ: แนะนำให้โรงเรียนจัดครู อาสาสมัครผู้ปกครอง หรือลูกศิษย์ มาคอยช่วยเปิดประตูรถและรับนักเรียนเข้าโรงเรียน เพื่อลดเวลาที่รถต้องจอดแช่
•ตั้งจุดคัดกรองภายในโรงเรียน (หากมี): กรณีที่มีมาตรการด้านสาธารณสุข บช.น. แนะนำให้ตั้งจุดคัดกรองหรือจุดรอรับส่งภายในบริเวณโรงเรียน เพื่อไม่ให้มีแถวนักเรียนหรือรถสะสมออกมาบนถนนด้านหน้า
4. มาตรการด้านประชาสัมพันธ์และบังคับใช้กฎหมาย:
•ประชาสัมพันธ์เชิงรุก: ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น กลุ่ม Line ผู้ปกครอง, เพจโรงเรียน, และสื่อมวลชน เพื่อแจ้งขอความร่วมมือและแนะนำเส้นทาง
•การบังคับใช้กฎหมาย: ในจุดที่มีปัญหาการจราจรวิกฤต หรือมีการฝ่าฝืนจราจรจนส่งผลกระทบอย่างมาก เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย เช่น การออกใบสั่งกรณีจอดรถกีดขวางจราจร แต่จะเน้นการว่ากล่าวตักเตือนและการขอความร่วมมือเป็นหลักในช่วงแรก
โดยสรุป มาตรการของ บช.น. จะเน้นการผสมผสานระหว่างการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และการขอความร่วมมืออย่างเข้มข้นจากผู้ปกครองให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม “ไม่จอดแช่” เพื่อให้การจราจรหน้าโรงเรียนมีความคล่องตัวและปลอดภัยสำหรับทุกคนครับ
อาจเป็นรูปภาพของ รถยนต์ และ ข้อความพูดว่า "มาตรการ "3 เตรียม 1 ละ" บับคากากรตกัตัิกยว่านราวล กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอความร่วมมือท่านผู้ปกครอง ที่ขับรถมาส่งบุตรหลาน ปฏิบัติตามหลัก "3 เตรียม 1 ละ" 1 รับ-ส่ง ไว ไม่จอดแช่ แก้ปัญหารถติด ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 Drop-off Only 3 4 เตรียมของ เช็กกระเป๋าและอุปกรณ์เรียน ให้พร้อมก่อนถึงจุดส่ง Χ เตรียมตัว ให้เด็กๆ เตรียมลงจากรถทันที เมื่อรถจอดสนิท ละการจอดแช่ ไม่ดับเครื่อง ไม่ลงจากรถ ไม่จอดซ้อนคัน เพื่อให้ รถคันหลังเคลื่อนตัวได้ เตรียมนัด นัดหมายจุดรับช่วงเย็น ให้ชัดเจน ลูกรอรถ รถไม่รอลูก การจอดรถกีดขวางการจราจร มีโทษปรับตาม .ร.บ.จราจรทางบก ปัญหารถติดหน้าโรงเรียน ลดลงได้ด้วยมือเรา! มาร่วมสร้างวินัยจราจร เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ทุกคน ด้วยความปรารถนาดี จาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล f ผลตำรวงดรีรวาขวงศ์สง่า พลดำ วงศ์สงา จรงหั้บันชาการตำรวงนครบาสโ รองนุ้ปัญช"

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *